Food

เมื่อวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ภาพยนตร์โทรทัศน์จากประเทศเกาหลีในชื่อไทยว่า "จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์" ที่ฉายทางช่อง 3 ได้จบชุดลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่สารภาพตามตรงเถิดว่า ผมไม่ค่อยได้ติดตามดูเรื่องจูมงนี้เสียสักเท่าไหร่ แน่นอน แม้แต่ตอนอวสานผมก็ไม่ได้ดูเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในวันนี้เป็นวันที่จูมงอวสาน ดังนั้นในวันนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่ผมจะไปทานอาหารเกาหลีเป็นมื้อค่ำ (ไม่เห็นจะเกี่ยวกัน?)

และจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามที วันนี้ผมได้ไปทานอาหารที่ร้านเนื้อย่างเกาหลีที่มีชื่อว่า "เมียงกา" (Myeong Ga)

ร้านเมียงกาจะอยู่ภายในอาคาร "สุขุมวิทพลาซ่า" ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนถนนสุขุมวิท


ด้านหน้าสุขุมวิทพลาซ่าครับ อยู่ถัดจากปากซอยสุขุมวิท 12 เพียงเล็กน้อย ถ้าจะมารถไฟฟ้าก็ลงที่สถานีอโศกได้เลย

ตอนแรกที่มาถึงสุขุมวิทพลาซ่าก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยครับ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยร้านอาหารเกาหลี และแทบทุกร้านเป็นร้านเนื้อย่างเกาหลี เรียกว่ามีทั้งร้านใหญ่ร้านเล็กให้เลือกเลย ส่วนร้านเมียงกาจะอยู่เข้าไปด้านในของอาคารครับ


หน้าร้านครับ ด้านในร้านจะไม่ใหญ่ไม่โต มีทั้งหมด 2 ชั้น

วันนี้ที่ไปทาน ปรากฎว่ามีลูกค้าเต็มร้าน แต่โชคดีที่มีโต๊ะว่างอยู่ที่ชั้นสองพอดี ทำให้ไม่ต้องรอนาน


จะเริ่มสั่งอาหารแล้วล่ะครับ

เมนูอาหารของร้านนี้ก็จะมีทั้งเนื้อย่าง โดยจะมีเนื้อวัวกับเนื้อหมู แล้วก็มีเนื้อปลาดดิบด้วยแต่ไม่แน่ใจว่าเอามาย่างเหมือนกันหรือเปล่า นอกจากนี้ยังมีอาหารเกาหลีพวกข้าวยำ บะหมี่ แล้วก็ซุปต่างๆด้วยครับ


หลังจากสั่งอาหารแล้วก็ได้รับยุทโธปกรณ์มาดังนี้ แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ตะเกียบเหล็กมาใช้ คาดว่าเนื่องจากวันนี้มีลูกค้ามาก อาจทำให้ตะเกียบเหล็กหมด เพราะชำเลืองโต๊ะรอบๆที่ทานกันอยู่ก็ได้รับตะเกียบเหล็กกันถ้วนหน้า ก็เลยต้องใช้ตะเกียบไม้อนามัยแทน เลยไม่ค่อยได้อารมณ์เกาหลีเลย...

ส่วนน้ำดื่มเป็นน้ำชาผสมน้ำเปล่า (พนักงานบอกมาอย่างนี้) มีมาให้เป็นขวด และสามารถขอเติมได้เรื่อยๆโดยไม่ต้องเสียเงินแต่อย่างใด


นี่คือขวดน้ำที่ว่า

จากนั้นชุดน้ำจิ้ม สลัดผัก แล้วก็กิมจิและอื่นๆก็ตามมา




นี่คือชุดน้ำจิ้ม ตัวน้ำจิ้มรสออกหวานๆ มีกระเทียมกับพริกมาให้ด้วย ส่วนที่หน้าตาคล้ายๆเต้าเจี้ยว อันนั้นรสคล้ายๆเต้าหู้ยี้

ส่วนสลัดผักตอนแรกคิดว่าจะเผ็ดเพราะเห็นมีผงแดงๆ (คิดว่าเป็นพริก) โรยหน้าอยู่ แต่ไม่เผ็ดเลย หวานอร่อย ส่วนผักก็สดกรอบดี

คราวนี้มาดูพวกกิมจิกันบ้าง


อันนี้กิมจิมาตรฐาน เห็นได้โดยทั่วไป รสไม่เปรี้ยวหรือเผ็ดจนเกินไป จะกินเปล่าๆเลยก็ได้


อันนี้น่าจะเป็นหัวไชเท้าดอง รสเหมือนกิมจิ


อันนี้ก็ผัดถั่วงอก


อันนี้ปลาแห้ง รสออกหวานแล้วก็เคี้ยวมันดี


อันนี้ที่แบนๆน่าจะเป็นมะเขือชุดแป้งทอด ส่วนที่เป็นก้อนเป็นลูกชิ้นหมูสับ


อันนี้เป็นมันฝรั่งต้ม เนื้อเละกำลังดีเลย


อันนี้เป็นซุปเย็น รสเหมือนแกงจืดใส่ผักกาดดอง


ส่วนอันนี้คิดว่าเป็นเส้นมะละกอ เอามายำรสหวานๆเปรี้ยวๆเหมือนส้มตำเลย

ทั้งนี้ เหล่ากิมจิและอื่นๆเหล่านี้ ทานได้เรื่อยๆ ถ้าหมดก็ขอเพิ่มได้เลย จริงๆสั่งข้าวเปล่ามาทานก็อิ่มได้แล้วนะเนี่ย

และแล้วเนื้อที่สั่งก็มาถึง ที่ผมสั่งเป็นเนื้อหมูทั้งสองจาน


อันนี้เป็นเนื้อส่วนไหล่ มาพร้อมกับมันฝรั่งสองชิ้น ชื่อตามเมนูคือ "Mok Sal"

อันนี้เป็นเนื้อส่วนซี่โครงหมักกับชาเขียว ชื่อตามเมนูคือ "แดจิคัลบี" (ชื่อเหมือนการ์ตูนสาวน้อยแม่มดแปลงร่างจัง)

เนื้อมา เตามา ก็ไม่รอช้าลงมือกันเลยดีกว่า


เตาย่างที่ใช้เป็นเตาถ่านครับ มีที่ดูดควันเป็นท่ออยู่เหนือเตาพอดี จึงไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นที่ติดตัวหลังจากที่ทานเสร็จ

อ้อ นอกจากเนื้อหมูย่างทั้งสองจาน ผมยังสั่งอาหารเกาหลีอีกสองอย่างมาทานดูด้วย


ชามนี้คือ "บีบิมบะ" หรือข้าวยำเกาหลี


คนส่วนผสมเสียให้เข้ากันแล้วก็พร้อมรับประทาน


อ๊ะ! อย่าลืมกลับด้านหมูด้วย


อีกจานชื่อว่า "พาจ็อน" ตอนแรกคิดว่าคล้ายๆโอโคโนมิยากิ แต่ว่าเหมือนกับหอยทอดบ้านเรามากกว่า ส่วนน้ำจิ้มจะออกรสเค็มอ่อนๆ


นี่คือหอยทอดทะเลสูตรเกาหลี

ในที่สุดเนื้อหมูก็สุกแล้ว ที่ร้านเขาจะมีที่คีบกับกรรไกรมาให้ไว้ใช้ตัดเนื้อครับ ได้ยินว่าตามปกติพนักงานจะตัดให้ด้วย แต่ว่าจะจัดการเองก็ตามสะดวก


เนื้อหมูชิ้นน้อยคอยให้รับประทาน


จิ้มน้ำจิ้มแล้วลิ้มรส

เนื้อหมูย่างออกมาแล้วกลิ่นหอมดีครับ เนื้อแน่นดีแต่ออกจะแข็งเล็กน้อย แต่ก็เคี้ยวมันดีครับ ส่วนเนื้อหมูหมักจะนุ่มหวานแล้วก็ชุ่มน้ำมันดี กินแล้วมีความสุขทั้งคู่ครับ


ลองชิ้นเล็กแล้วขอลองชิ้นใหญ่บ้าง

ทั้งนี้ เนื่องจากสังเกตได้ว่าทางร้านจะมีผักสดมาให้จานหนึ่งด้วย (ดูในรูปที่ 6) แล้วจากการสังเกตโต๊ะรอบข้าง และคนที่มาทานด้วย ปรากฎว่าผักสดนี้เขานไมาห่อเนื้อย่างกัน ก็เลยขอทำบ้าง


โบราณว่าไว้เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม เอาเนื้อมาใส่ผักราดน้ำจิ้ม ห่อแล้วก็รับประทาน...ผักสดๆ เนื้อย่างหอมๆร้อนๆ อร่อยครับ

นอกจากนี้ เนื่องจากมีกิมจิแล้วก็เครื่องเคียงต่างๆอยู่มากมาย ดังนั้นเราก็สามารถเอามาห่อกับเนื้อย่างเพื่อผสานรสชาติออกมาได้หลากหลาย ครับ


จะเป็นเนื้อย่างกับกิมจิ


อันนี้เป็นเนื้อย่างกับสลัดผักที่ให้มาตอนแรก


อันนี้เนื้อย่างทานคู่กับส้มตำ

ด้วยการที่ห่อเนื้อย่างทานกับผักสด รวมถึงกิมจิและเครื่องเคียงอื่นๆ ทำให้ลดความเลี่ยนของเนื้อย่างไปได้มาก แล้วยังอร่อยกับรสชาติต่างๆได้เรื่อยๆอีกครับ


เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันความอร่อยเลยสั่งเนื้อซี่โครงหมักมาอีกจาน

แล้วหลังจากที่อิ่มอร่อยกันเรียบร้อยแล้ว ทางร้านยังมีน้ำข้าวรสขิงมาให้ดื่มตบท้ายอีกหนึ่งถ้วย ซึ่งใช้ล้างปากและความเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ถือเป็นอาหารตบท้ายมื้อที่ยอดเยี่ยมทีเดียวครับ


น้ำข้าวขิงครับ ก้นถ้วยมีเม็ดข้าวตกตะกอนอยู่ด้วย ลองคนๆขึ้นมาทานด้วยก็ได้ครับ

เสร็จเรียบร้อยอีกหนึ่งมื้อที่อิ่มอร่อยกำลังดีเลยครับ ค่าเสียหายในมื้อนี้ก็ประมาณ 1,300 บาท (มื้อนี้ทานกัน 3 คน) ถ้าหารเฉลี่ยแล้วน่าจะตกอยู่คนละ 400 - 500 บาท ก็คิดว่าไม่แพงจนเกินไป ถ้าจะมาทานเนื่องในโอกาสพิเศษ หรือฉลองเงืนเดือนออกก็คิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งครับ