ครบรอบ 1 ปี Gindaco

posted on 17 Dec 2007 06:09 by yymnoy in Food

คุณรู้จัก "ทาโกะยากิ" มั๊ยครับ?

"ทาโกะยากิ" (Takoyaki) เป็นชื่อของอาหารญี่ปุ่นชนิดหนึ่ง บางทีภาษาไทยก็เรียกกันว่า "ขนมครกญี่ปุ่น"
(ผมสันนิษฐานเอาเองว่าที่เรียกว่าขนมครกญี่ปุ่นคงเป็นเพราะอุปกรณ์ที่เอาไว้ทำมีลักษณะเป็นหลุมเหมือนกัน)

จากข้อมูลที่หามาได้จาก wikipedia ดูเหมือนว่าทาโกะยากิจะมีต้นกำเนิดมาจากเมืองโอซาก้าประเทศญี่ปุ่น และเป็นอาหารยอดนิยมในแถบคันไซ
ซึ่งหากดูตามรายการเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นดูเหมือนทาโกะยากิก็เป็นอาการที่ได้รับความนิยมในงานเทศกาลต่างๆ (เช่น งานวัด)
อย่างไรก็ตามตามร้านอาหารญี่ปุ่นก็มักจะมีเมนูทาโกะยากิเป็นอาหารทานเล่นเช่นกัน

ลักษณะของทาโกะยากิ (โดยส่วนใหญ่) จะเป็นลูกกลมๆทอดจนเป็นสีน้ำตาลราดด้วยซอสและมายองเนสแล้วโรยหน้าด้วยผงสาหร่ายและแผ่นปลาแห้ง


ส่วนผสมของทาโกะยากินั้นจะประกอบด้วยน้ำแป้ง, ขิงดอง, แป้งทอด, หอมสับ , แล้วก็ที่ขาดไม่ได้คือหนวดปลาหมึกยักษ์ (Tako) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชื่อทาโกะยากินั่นเอง และอีกคำหนึ่งคือ "Yaki" ก็แสดงถึงวิธีทำก็คือการเอาส่วนผสมเหล่านี้ลงไปทอดในกระทะที่มีลักษณะเป็นหลุมนั่นเอง


ทาโกะยากิที่ว่าก็หน้าตาอย่างนี้แหละครับ

ที่เขียนถึงทาโกะยากิมากมายก็ไม่มีสาเหตุอันใดมากมาย นอกจากผมจะเขียนถึงร้าน "Gindaco" นั่นเอง

อันที่จริงทาโกะยากิก็ไม่ใช่อาหารที่แปลกใหม่อะไรมากมาย เพราะเมนูนี้ก็มีอยู่ตามร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย แล้วบางทีก็มีให้เห็นตามตลาดนัดด้วยเช่นกัน
แต่ว่าที่เขียนถึงร้าน Gindaco ก็เพราะว่าร้านนี้เป็นร้านที่ขายทาโกะยากิเพียงอย่างเดียว และเป็นร้านที่ขยายสาขามาจากประเทศญี่ปุ่นแหล่งกำเนิดอาหารชนิดนี้นั่นเอง

ที่สำคัญก็คือ วันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมานี้ (ถ้าไม่ผิดพลาด) เป็นวันครบรอบ 1 ปีที่ร้าน Gindaco มาเปิดสาขาแรกในประเทศไทยที่ Esplanade ถนนรัชดา

คิดว่าหลายท่านคงจะทราบดีอยู่แล้วว่าร้านนี้ตั้งอยู่ที่ไหน แต่ก็จะขอบอกอีกครั้งว่าร้านนี้อยู่ที่ชั้นใต้ดินของ Esplanade โดยจะอยู่ด้านหน้าของ Top Marketplace
ซึ่งในความเป็นจริงถ้าคุณลงไปชั้นใต้ดินของห้างแล้วก็ไม่น่าจะหาร้านนี้ยาก เพราะว่าพนักงานในร้านมักจะส่งเสียงเชิญชวนคนให้มาเข้าร้านอยู่เสมอ


หน้าร้านครับ ที่เห็นตรงหัวมุมเป็นที่สั่งอาหาร รับอาหาร และจ่ายเงิน

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของร้าน Gindaco นอกจากการส่งเสียงอย่างคึกคักของพนักงานในร้าน ก็คือ ที่ร้านจะทำทาโกะยากิให้ดูกันแบบสดๆที่หน้าร้านนั่นเลย


รูปนี้ถ่ายระหว่างต่อแถว แผงทางด้านขวาเป็นทาโกะยากิที่ทอดเกือบจะเสร็จแล้ว ส่วนที่อยู่แผงทางซ้ายมือจะเป็นทาโกะยากิที่เพิ่งเริ่มทอดครับ


หลังจากที่เทน้ำแป้งผสมแล้วก็ใส่ไส้ที่เป็นปลาหมึกและเครื่องต่างๆ


พอทอดจนแป้งเริ่มสุกแล้วก็ใช้เหล็กแหลมพลิกเนื้อแป้งจนเป็นก้อนกลม


อันนี้เป็นทาโกะยากิที่ทอดจนสุกทั่วแล้ว


จากนั้นก็จัดการคีบลงใส่ถาด ซึ่งจะขายอยู่ 2 ขนาด คือ ถาดเล็ก 6 ลูก กับถาดใหญ่ 10 ลูกครับ


ตบท้ายด้วยการทาซอสและโรยหน้าด้วยสาหร่ายและปลาแห้งครับ


อันนี้สั่งเป็นชุด 10 ลูกพร้อมชาเขียว 2 แก้วครับ
(ชาเขียวจะขมแล้วก็มีตะกอนเยอะ คำเตือนก็คือ ถ้าดื่มไม่ระวังอาจจะสำลักได้ง่ายๆ แล้วถ้าไม่ชอบรสขมจะมีน้ำเชื่อมให้เติมได้ครับ)

ตามที่เห็นในรูปด้านบน ที่ร้านจะไม่ราดมายองเนสมาให้ แต่จะให้มาเป็นซองเล็กๆ ให้ใส่เอาเองตามชอบ ถ้าชอบมากก็ขอเพิ่มได้นะครับ


สภาพหลังใส่มายองเนสแล้ว


เท่านี้ก็พร้อมกินล่ะ!

แต่เดี๋ยวก่อน! ในการกินมีข้อควรระวังอยู่อย่างหนึ่ง เพราะทาโกะยากิที่ทอดเสร็จใหม่ๆ ไส้ด้านในจะร้อนมาก ถ้าทานไม่ระวังอาจจะลวกปากได้
ดังนั้น ถ้าคุณไม่ค่อยชอบทานของร้อนๆ ก็ควรแหวกใส้ในให้มันคลายความร้อนบ้างเพื่อให้ทานได้ง่ายขึ้นครับ


ว่าแล้วก็แหวกให้ดูไส้ในเสียเลย

ทั้งนี้ มีข้อมูลใหม่มาฝากสำหรับท่านที่ไม่ได้ทานทาโกะยากิของร้านนี้เป็นเวลานานแล้ว ในตอนนี้ที่ร้าน Gindaco มีมายองเนสให้เลือก 2 รสนะครับ คือ รสธรรมดา กับ รสเผ็ด


นี่คือมายองเนสรสเผ็ด จะเห็นได้ว่ามีสีออกเหลือง ซึ่งจะมีกลิ่นฉุนแบบวาซาบิผสมอยู่
ส่วนรสชาติจะคล้ายๆพวกถั่วลันเตารสวาซาบินั่นแหละครับ ไม่แรงมากแต่ถ้ากินเยอะๆก็พอเรียกน้ำตาได้


จัดการราดหมดทั้งสองซองเลย (ทาโกะยากิดูเฉาไปบ้างเพราะซื้อกลับบ้านมา)


ลองทานดู รสเผ็ดนิดๆช่วยแก้เลี่ยนได้ดีทีเดียว

นอกจากนี้ ที่ร้าน Gindaco มีโปรโมชั่นประจำ คือ ถ้าซื้อครบ 100 บาทจะได้ตราแสตมป์ 1 ดวง สะสมครบ 15 ดวงจะได้ทาโกะยากิ 6 ลูกฟรี ซึ่งทุกวันที่ 8, 18, 28 ของเดือนจะได้ประทับตราเป็น 2 เท่าครับ

ก็ขอจบการรายงานเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีร้าน Gindaco แต่เพียงเท่านี้ครับ

Comment

Comment:

Tweet

อร่อยดี

#4 By (58.8.194.130) on 2009-04-18 15:51

โฮกกก อยากกิน ><

#3 By ★Foggy ★ on 2008-01-18 20:40

ของโปรดเราเลย

#2 By Choudate on 2007-12-17 17:15

โฮกก อ่านแล้วอยากไปเอสเพลอนาดอีกจัง (ไปที่นั่น เพื่อ gindaco ทุกที)

แหม ชาเขียวนั่น ที่มีตะกอน เพราะเป็น มัชชะ นี่นา ไม่ใช่พวแเซ็นชะ ออกจะชอบบ

#1 By Nekoi ~ Sweet Alice on 2007-12-17 07:24